Wellcome to Gonggoicity กองก๋อยซิตี้

กองก๋อยซิตี้ของคนรักบ้านเกิด

ตำนานชนเผ่า

การกำเนิดกะเหรี่ยง มีตำนานปรัมปราของชนเผ่ากะเหรี่ยงอยู่มากหลายๆ ตำนาน หลายๆ ท่านได้เล่าในลักษณะที่คล้ายๆ กันและแตกต่างกันไปบ้าง ในส่วนของเนื้อหาและหลักการเล่าของแต่ละท่านแต่ละบุคคลอาจไม่ต่างกันมาก แตกต่างกันในแง่ความละเอียดด้านวาทศิลป์หรือลีลาเอกลักษณ์เฉพาะตัวเท่านั้น โดยสรุปความหมายแล้วตำนานปรัมปราของกะเหรี่ยงมีลักษณะคล้ายๆ กัน แสดงถึงเรื่องราวที่เล่านั้นอาจมีส่วนที่เป็นจริงและเป็นแนวปรัชญา การเล่านิทานและตำนานเป็นการบอกกล่าวถึงเผ่าพันธุ์ของตนเอง ให้ระวังภัยจากชนเผ่ารอบข้าง คือมีหลายนัยด้วยกันเพื่อความเข้าใจวัตถุประสงค์และเรื่องราวบรรพบุรุษเดียวกัน ในที่สุดของตำนานมักจะทิ้งท้ายด้วยความวาดหวังเสมอว่า “สักวันหนึ่งจะมีผู้มากอบกู้ชนเผ่าให้พ้นจากการถูกกดขี่และความยากร้าย เมื่อถึงเวลานั้นแผ่นดินจะร่มเย็น”

จากตำนานเล่าว่ากะเหรี่ยงเชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก สร้างต้นไม้ สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง และสุดท้ายพระเจ้าสร้างมนุษย์ซึ่งมีหลายเผ่าพันธุ์ พระเจ้าได้สร้างกะเหรี่ยง(ปกา-เกอะญอ)เป็นลูกคนโต ก่อนที่พระองค์จะจากโลกไปทรงเรียกลูกทั้งหลายมาหา พระองค์ตรัสว่า “ใครจะครองโลก”ปรากฏว่าน้องๆ ทั้งหลายอยากได้และแบ่งกันคนละส่วนๆ กะเหรี่ยงซึ่งเป็นพี่คนโตก็ปล่อยให้น้องๆ แบ่งกันให้ได้ดังใจเสียก่อน แล้วคิดในใจว่าน้องๆ คงเหลือไว้ให้บ้างแต่สุดท้ายน้องๆ แบ่งกันหมดไม่เหลือไว้ให้พี่คนโตแม้แต่ผืนเดียว กะเหรี่ยงจึงต้องมีชีวิตอยู่แบบนี้ แนวคิดชนเผ่ากะเหรี่ยงยอมรับผู้อื่นมาตลอด ไม่ใช่ยอมรับแบบไม่มีเหตุผล แต่มีเหตุผลเบื้องต้นเป็นความคิดที่จะก่อให้เกิดขบวนการที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติรู้จักยอม เพื่อจะให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้จักตัวจากจิตสำนึกของตนเอง นิสัยพื้นฐานคือรักสงบไม่ต้องการให้เกิดการต่อสู้ แต่ต้องการอยู่ร่วมกันแบบพี่น้อง

ตำนานหนึ่งมีอยู่ว่าเมื่อแรกเริ่มนั้นชนเผ่าทั้งปวงเป็นพี่น้องกัน กะเหรี่ยงเป็นพี่ชายใหญ่อยู่ในฐานะอันพึงได้รับการเคารพจากหมู่น้องๆ ชนเผ่าอื่นๆ เช่น ไทย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น..เป็นลูกคนกลาง ส่วนฝรั่งผิวขาวเป็นน้องสุดท้อง ครั้นเมื่อพระเจ้าได้มอบแผ่นอักขระ พี่ใหญ่เจ้ากรรมก็บอกว่าไม่มีเวลาไปเอา เพราะกำลังทำงานดายหญ้าอยู่ในไร่ ให้น้องคนสุดท้องคือฝรั่งรับแทน แต่ฝรั่งใจไม่ซื่อได้แอบนำแผ่นอักขระคือหนังสือกลับทำการศึกษาหาความรู้และพัฒนาบ้านเมืองของตนจนเจริญรุ่งเรืองมีชีวิตอย่างสุขสบาย ตรงกันข้ามกับพี่น้องกะเหรี่ยงที่มีชีวิตลำบากตกทุกข์ได้ยากตราบจนทุกวันนี้ เรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้ในบทกลอนดังนี้

หลิ ทู หลิ เจ๊ะ หลิ ปา ยวา
หลิ ลอหม่า เพลาะ เลอ กอลา
หนังสือเงินหนังสือทองหนังสือพระเจ้า
หนังสือมันหายไปแล้วในถิ่นแดนฝรั่ง ฯลฯ

กะเหรี่ยงได้ทิ้งท้ายการเล่าตำนานนี้ว่า สักวันหนึ่งน้องคนฝรั่งผิวขาวจะข้ามน้ำข้ามทะเลหอบอักขระมาคืนให้ และเมื่อถึงวันนั้นกะเหรี่ยงจะมีความเจริญรุ่งเรืองและมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยความสุขดุจเดียวกับน้องฝรั่งผิงขาว

ตำนานที่สองเล่าว่าครอบครัวหนึ่งประกอบด้วยบิดาและบุตรชายสองคน ส่วนมารดาได้ตายไปตั้งแต่บุตรยังเล็ก เมื่อถึงเวลาอันควรแก่การจากไปของบิดา บิดาได้เรียกทั้งสองคนสั่งเสียว่า “ลูกทั้งสองเอ่ย พ่อต้องจากไปแล้วเจ้าทั้งสอง จงรักกันและอยู่ด้วยกันดีๆ นะ พ่อไม่มีมรดกอะไรที่จะให้เจ้าทั้งสอง มีเพียงเขี้ยวหมูทองและเขี้ยวหมูเงินอย่าละหนึ่งเล่ม กลองทองและกลองเงินอย่างละหนึ่งตัว ให้เจ้าทั้งสองแบ่งกันตามนี้ คือคนใดเอากลองทองให้เอาเขี้ยวหมูเงิน ถ้าเอากลองเงินให้เอาเขี้ยวหมูทอง จะเอากลองทั้งสองตัวเพียงผู้เดียวไม่ได้”

สั่งเสียเสร็จแล้วไม่นานบิดาก็ตายจากไป แต่น้องชายเจ้าจอมโลภเมื่อบิดาตายไปแล้วก็แย่งกลองเงินและกลองทองแต่เพียงผู้เดียว พี่ชายพยายามเกลี้ยมกล้อมเท่าใดก็ไม่ยอมฟัง สุดท้ายพี่ชายก็ยื่นคำขาดว่า เมื่อเจ้าไม่ยอมทำตามคำสั่งเสียของพ่อแล้ว ชาตินี้แผ่นดินนี้เราทั้งสองจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ หากเจ้าอยู่ที่นี่พี่ก็ต้องจากไป หากพี่อยู่ที่นี่เจ้าก็ต้องจากไปให้เจ้าเลือกเอาเองเถิด

เมื่อได้ยินดังนั้นแล้วน้องชายก็บอกกับพี่ชายว่าจะขอเลือกอยู่ที่นี่ เมื่อเป็นเช่นนั้นพี่ชายก็หยิบเขี้ยวหมูทั้งสองเล่มใส่ย่าม แล้วก็ออกเดินทางจากน้องไป เนื่องจากน้องจอมโลภเอากลองแต่เพียงผู้เดียวจึงมีชื่อว่า “หน่าก่าฏโกละ” แปลว่า “จอมโลภกลอง” ส่วนพี่ชายได้รับเขี้ยวหมูไปทั้งสองเล่ม จึงมีชื่อว่า “เทาะแมป่า แปลว่า “ ราชาเขี้ยวหมู”

เทาะแมป่าเดินทางไปกระทั่งถึง “ทีแซะแมะยวา” แปลว่า นะเซาะทรายไหล (สันนิษฐานกันว่าเป็นดินแดนทะเลทรายแถบไซบีเรีย) เมื่อจะข้ามฟากไปก็ไม่สามารถทำได้บังเอิญก็เหลือบไปเห็นน้ำเต้า 2 ลูก จึงสวมเท้าแล้วก็ข้ามฟากได้ เมื่อข้ามไปฟากโน้นก็พบแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ เต็มเปี่ยมด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ชีวิตผู้คนเพียบพร้อมด้วยความรักความเอื้ออาทรแก่กันและกัน เทาะแมป่าจึงปักฐานลงรากอยู่ที่นั่น และอาศัยอยู่อย่างมีความสงบสุข

ฝ่ายหน่าก่าโกละเมื่อพี่ชายเทาะแมปาจากไปแล้วก็เกิดความทุกข์ยิ่งนักขึ้นทำมาหากินด้วยความยากลำบาก และเวลาออกจากบ้านก็ต้องแบกกลองไปทั้งสองตัวไปด้วย เพราะหากเอาไว้ที่บ้านก็เกลงว่าจะมีคนมาขโมย ยามนอนก็หลับตาไม่ลงเพราะกลัวจะถูกปล้นความคิดกังวลเวียนวนอยู่แต่กลองทั้งสองนี้ ที่สุดก็สำนึกผิดจึงออกเดินทางตามหาพี่ชายเพื่อคืนกลองให้

หน่าก่าโหละตามหาเทาะแมปาโดยแบกกลองทั้งสองตัวด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่สุดเมื่อถึงเวลาพลบค่ำก็พบร่องรอยเทาะแมปาที่ก่อไฟ ยังลุกโชนอยู่และใบตองกล้วยป่าที่มุงเพิงยังเขียวสดอยู่ก็นึกดีใจว่า อีกไม่นานตนเองก็จะตามทันเทาะแมป่าแล้ว หน่าก่าโกละก็ค้างที่นั่นหนึ่งคืนวันรุ่งขึ้นก็ออกเดินทางต่อ พลบค่ำวันที่สามเขาได้พบร่องรอยพี่ชายอีก

คราวนี้เหลือแต่เถ้าถ่านเย็นสนิทและใบตองกล้วยป่าเน่าเปื่อยผุพังเหลือแต่ก้าน แต่เขาก็ยังไม่หมดความหวัง วันรุ่งขึ้นก็ออกเดินทางต่อไป เดินทางกระทั่งถึงจนที ”แซะแมะยวา” หน่าก่าโกละสังเกตุเห็นร่องรอยการข้ามของเทาะแมปาโดยมีน้ำเต้าสวมไว้ที่เท้า ส่วนเขาไม่มีน้ำเต้าจึงไม่สามารถติดตามเทาะแมป่าได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจทิ้งกลองไว้ที่นั่นแล้วก็เดินทางกลับไป ตำนานนี้ได้ถูกบันทึกด้วยบทกลอนไว้ว่า..

หน่าก่าโกละ ลอก่า ลอกือ
โจ่ เก เทาะแมป่า เตาะ คลึ
หน่าก่าโกละโลภกลองดีนัก
สมน้ำหน้าที่ตามเทาะแมป่าไม่ทัน

เทาะแมป่า เก เลอ หมื่อ เคลอ
เก เหน่ ต่า โปก ต่า ปก่อ เหลอะ
เทาะแมป่าจากไปแล้วแต่ไกลโพ้น
จากไปพร้อมกับความสงบสุขทั้งมวล

ณ เวลานี้หน่าก่าโกละและเทาะแมป่าสองพี่น้องต่างอาศัยคนละโลก โลกของหน่าก่าโกละเต็มไปด้วยความทุกข์ยากลำบากต้องทำงานหนักตากแดด ตากฝนทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยความเหน็ดเหนื่อย หนึ่งวันก็ต้องอาหารสามมื้อทำงานสามปีเพียงพอสำหรับหนึ่งปี ตรงกันข้ามกับโลกของเทาะแมปาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสงบสุขปราศจากการทะเลาะวิวาท ผู้คนมีการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สามวันกินอาหารหนึ่งมื้อ ทำงานหนึ่งปีเพียงพอสำหรับสามปี ต้นข้าวใหญ่เท่าต้นกล้วย เมล็ดข้าวใหญ่เท่าฟักเขียว

เมื่อเล่าตำนานนี้จบแล้วคนกะเหรี่ยงจะทิ้งด้วยความวาดหวังว่าโลกที่เขาอาศัยในเวลานี้ คือโลกของหน่าก่าโกละและลูกหลานให้พ้นจากสภาพของความทุกข์ยากลำบาก เมื่อถึงวันนั้นแผ่นดินโลกที่หน่าก่าโกละอาศัยอยู่นี้ก็จะกลับคืนสู่สภาพแห่งความสุขสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง

อีกตำนานหนึ่ง เป็นตำนานกะเหรี่ยงมีความเชื่อว่าโลกมนุษย์นี้เป็นสิ่งที่พระเจ้าสร้าง พระเจ้ารักกะเหรี่ยงดั่งลูกหลานแต่กะเหรี่ยงไม่รักดีเอาแต่ใจตนเอง กระทำความชั่วไม่เชื่อคำสั่งของพระเจ้าแต่กลับไปเชื่อคำยุยงของผีปีศาจ ทำให้พระเจ้าโมโหและจากกะเหรี่ยงไปในที่สุด หลังจากที่พระเจ้าจากไปแล้วกะเหรี่ยงต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบากยิ่ง จึงสำนึกผิดก็สายไปเสียแล้วและพยามยามตามหาพระเจ้าแต่วันแล้ววันเล่าก็ตามหาไม่พบ สุดท้ายก็ได้แต่วาดหวังเอาไว้ว่าสักวันหนึ่งพระเจ้าจะกลับมา และช่วยพวกเขาให้พ้นจากความทุกข์ยากลำบากอีกครั้งหนึ่ง ตำนานกล่าวไว้ในบทกลอนดังนี้

พระเจ้าสร้างโลก (ยวาสร้างโลก)

-เปอะ เหม่ ดวะ เลอ ข่อดึ เดอ
ดอปือแหว่ แคเลอะ แคเลอะ
หากถือกำเนิดมาจากน่อง
ทุกคนคือพี่น้องกัน

-ฮ่อโข่ เลอเปลอ เหม่ ยวา เต
ยวา เตอ เต แกท่อ เตอะ เซ
แผ่นดินทั้งหมดนี้พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา
หากพระเจ้าไม่ทรงสร้างจะเกิดเองไม่ได้

-ฮ่อโค่ ยวา โซปก่อ แมะ แมะ
ยวา โซปก่อ โดะท่อ เตอะ แจ๊ะ
ยวาทรงปั้นแผ่นดินโลก
ยวายิ่งปั้นยิ่งโตขึ้น

ยวาสร้างปกาเกอะญอ

-เลอ ฮ่อโค่ แกท่อ เลอซอ
ยวา เตลอ โชเหมอะตาลอ
เมื่อแผ่นโลกเกิดใหม่ๆ
ยวาทรงสร้างอะไรก่อนอื่น
เลอ ฮ่อโค่ แกท่อ เลอซอ
ยวา เตลอโช ปกาเกอะญอ
เมื่อแผ่นดินโลกเกิดขึ้นใหม่ๆ
ยวาทรงสร้างปกาเกอะญอก่อนอื่น

-ยวา เตลอ โช ปกาเกอะญอ
หยื่อ แว อะมี “หน่อ” เดอ “จอ”
ยวาทรงสร้างปกาเกอะญอก่อนอื่น
ทรงให้นามว่า “หญิง” กับ “ชาย”

ปกาเกอะทำความผิด

หน่อ เดอ จอ ยวา เต แว หญิงและชายที่ยวาทรงสร้างมา
ต่า ตอ กว่า เตอะ บะ อะ แหมะ เป็นที่เคืองตาสิ่งชั่วร้ายเป็นยิ่งนัก
เปอะโย โดะ ฮิ เซ่ซ่า บอ พญานาคหยิบลูกไม้สีเหลืองอร่าม
ดี๊ เอาะ ยวา โพหมื่อ โพจอ ให้ลูกหญิงหลานชายกินของยวากิน
หน่อ เตอะ จู่ ทู เตอะ จู่ ยวา เหตุเพราะนางไม่เชื่อฟังยวา
โอะ ลอ แต ตือ หมื่อ เหมื่อ เหมอะ ชา จึงตกทุกข์ได้ยากตราบจนทุกวันนี้

ยวาไปจากปกาเกอะญอ

ต่า โดะ ทู ทู อะ ซะ เออ ยวาช่างใจดำเสียจริงหนอ
ต่า โดะ ยวา ยวา อะ ซะ เออ พระองค์ช่างใจดำเสียจริงหนอ
เสอะ ปกี่ เสอะ ปกี่ เตอะ เหน่ เลอ ฉุดร้างอย่างไรก็ไม่อยู่
เกอะญะ เกอะญะ เตอะ เหน่ เลอ วิงวอนอย่างไรก็ไม่ฟัง
คาลอ ค่อ เก เลอ หมื่อ เคลอ ก้าวจากไป ณ แผ่นดินไกลโพ้น
ก่อ หมึ หนะ เก เตอะ หมึ เลอ แผ่นดินสุขอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ทู ฮะท่อ เลอ ต่า อะ ดอ พระองค์ก้าวจากไป ณ ภูสูง
ยวา ฮะท่อ เลอ ต่า อะ ดอ พระเจ้าก้าวจากไป ณ ภูสูง

ทู ฮะ เต่ อะ หล่อ เกอะยอ ร่องพระบาทค่อยๆ จรไป
ยวา ฮะ เต่ อะ หล่อ เกอะยอ รอยพระบาทค่อยๆ จรไป
ปะ ลอ แตะ อะโค่กล บอ ทิ้งที่คาดผมสีเหลืองเอาไว้
เนอมู เหยอะ แหมะ ที ลอ หอมขึ้นมาทีไร น้ำตาข้าต้องไหลริน

ทู ฮะท่อ ที โหม่ โดะ นี พระองค์ก้าวไป ณ ชายฝั่งแม่น้ำ
ยวา ฮะท่อ ที โหม่ โดะ นี ยวาก้าวจากไป ณ ชายฝั่งแม่น้ำ
อะ หล่อมี ทู เกอะ บลิ๊ ดิ๊ ที่นอนทองถูกพับอย่างเรียบร้อย
อะ หล่อมี เจ๊ะ เกอะ บลิ๊ ดิ๊ ที่นอนเงินถูกพับอย่างเรียบร้อย
ยวา เก อะ คี เตอะเดอ ลี ยวาจากไปลับตาแล้ว
โอะ เต่ เลอ คี เสอะ ยื่อ ซี ทิ้งพวกเราให้อยู่กับความวิเวกวังเวง

ปกาเกอะตามหายวา

ยวา แน่ โหม่ แกล โหม่ เตอะ แล ยวาชี้ทางให้แม่ แต่แม่ไม่ไป
ยวา แน่ ป่า แกล ป่า เตอะ แล ยวาชี้ทางให้พ่อ แต่พ่อไม่ไป
ยวา เตอะ แน่ แล ดะ อะ แว แม่อวดเก่งอยากไปเอง
ทู เตอะ แน่ แล ดะ อะ แว พ่ออวดเก่งอยากไปเอง

แล แล ตือ เลอะ หรี่ ดอแพะ ไปจนกระทั่งถึงภูเขาหรี่ดอแพะ
แซก บะ กุ๊ ซี โหม่ หน่อ แอ ดงรกพงหญ้าบาดแม่ตาย
ลู ฆื่อ ทู ดอ หน่อ ดอทะ ตามหาพระเจ้าสวมรองเท้าเหล็ก
ลู ฆื่อ ยวา ดอ หน่อ ดอ ทะ ตามหาพระองค์สวมรองเท้าเหล็ก

เตอะ โจ เอาะ ลู ฆือ เตอะ วะ ยุคแล้วยุคเล่าตามหาไม่พบ
คี โจ เอาะ ลู ฆือ เตอะ วะ ยุคแล้วยุคเล่าตามหาไม่พบ
ลู ฆือ ตือ ซอซิ ดอ พะ ตามหาจนกระทั่งถึงเขาซอซิดอพะ
ต่า เตอะ เหม่ ทู เตอะ เหม่ ยวา โธ่! ใช่พระองค์พระเจ้าที่ไหนเล่า

ปกาเกอะญอถูกหลอกลวงระหว่างตามหายวา

ต่า ฮูท่อ เลอะ เตอะ กู่ ปู ข่าวแว่วมาแต่เมืองย่างกุ้ง
ต่า ซาท่อ เลอะ เตอะกู่ ปู แว่วข่าวมาแต่เมืองย่างกุ้ง
เหยอะ จิ๊ เหม่ ทู เหยอะ แล ลู นึกพระเจ้า ข้าตามไปดู
เหยอะ จิ๊ เหม่ ยวา เหยอะ แล ลู นึกว่าพระองค์ข้าตามไปดู

ต่า เตอะ เหม่ ยวา เตอะ เหม่ ทู ที่แท้ใช่พระเจ้าที่ไหนเล่า
โหม่ โพ เตอะ บุ๊ โหม่ จิ พลุ ที่เอาลูกหลานเหนื่อยเสียเปล่า
ต่าฮู เลอ ยวา เกอะ แฮ เก ได้ข่าวพระเจ้าจะกลับมา
ต่าซา เลอ ยวา เกอะแฮ เก ได้ข่าวว่าพระองค์จะกลับมา

เตอะ นี่ นี่ ทู เตอะ แฮ เก ปีแล้วปีเล่าพระองค์ไม่กลับมา
คี่ นี่ นี่ ทู ยวา เตอะ แฮ เก ปีเล่าปีแล้วพระเจ้าไม่กลับมา
กว่า ลอ ต่า ฮี่ โค่ เด เหลียวมองลงไปที่ท้ายหมู่บ้าน
ปลือ เก อะ เย แตะ เตอะเซ โธ่! กลับมาแต่ผี ไม่ขาดสาย

ยวาจะกลับมาหาปกาเกอะญอ

ทู เกอะ ฮ่าเก เลอ มู ทิ พระเจ้ากลับมา ณ สุดขอบฟ้า
ยวา เกอะ ฮาเก มู ทิ พระองค์กลับ ณ สุดขอบฟ้า
ทู เกอะ ฮาเก ที เตอะ ริ พระเจ้ากลับมาอย่างเงียบๆ
ยวา เกอะ ฮาเก ที เตอะ ริ พระองค์กลับมาอย่างเงียบๆ
ฮาเก เด๊าะ เกอะห่า โดะ กวี จะกลับมาโดยนั่งล้อนั่งเกวียน
มู เด๊าะ ห่อ ยวา ซก้า เตอะ นี ฟ้าและดินยวา วนรอบในหนึ่งวัน

ทู โหล่ถ่อ เลอะ ฮ่อโค่ หละ พระเจ้ากลับมาจากใต้ดิน
ยวา โหล่ถ่อ เลอะ ฮ่อโค่ หละ พระองค์กลับมาจากใต้ดิน
โหล่ เตอะ นี นี เตอะ ถ่อ บ๊ะ วันแล้ววันเล่าก็ยังไม่ปรากฏขึ้น
โหล่ คี นี นี เตอะ ถ่อ บ๊ะ วันเล่าวันแล้วก็ยังไม่ปรากฏขึ้น
หมื่อ ชา เตอะนี โหล่ถ่อ บ๊ะ วันนี้ปรากฏแจ่มแจ้งขึ้นมาแล้ว
เปก เสอะหยื่อ ปกา ก่อ วะ วะ ส่งเสียงวิเวกทั่วผืนแผ่นดิน

มี หม่อ เขล่อ ฮะเขล่อ ฮา เก ต้นไทรจากไปกลับมาแล้ว
มี หม่อ เฆาะ ฮะเฆาะ ฮา เก ต้นโพธิ์จากไปกลับมาแล้ว
ฮา เก เจาะ เดอ อะ หลิ เจ๊ะ กลับมาพร้อมกับหนังสือเงิน
ฮา เก เจาะ เดอ อะ แหล่ เจ๊ะ กลับมาพร้อมกับหนังสือทอง
เตอะเลอโพ พะ แว เตอะ เซ ชาวมอญอ่านไม่ออก
เปอะยอโพ พะ แว เตอะ เซ ชาวพม่าเขียนไม่ได้
ปกา พะ บะ ยวา อะ ปื่อ เด ผู้อ่านออกเขียนได้คือบุตรหลานยวา
หร่า ลอ หลิ เจ๊ะ ก่อ หมึ เก เผยแพร่แล้วแผ่นดินจะกลับมาสู่ความร่มเย็น

ชอมี เอาะ โอ เลอ ปก่า ปู แว่วเสียงไก่ป่ามาดงไพร
ยวา แฮเก เหนอะ บะ น่า ฮู ยวากลับมาแล้วเจ้าไม่ได้ยินหรือ
เหนอะ เมะ หน่า ฮู ยวา อู แกว หากเจ้าได้ยินเสียงแตรของยวา
บะ หมื่อ ทู่ แฮ หมื่อ เฆ่ แฮ จะเที่ยงจะบ่ายก็ขอให้รีบไปหาพระองค์เถิด
เหนอะ เมะ หน่าฮู ยวา เปาะ เรอ หากได้ยินคำสั่งสอนยวา
จู่ ยวา เมะ เคล ฮอ หน่อ เฮอ แม่นางเอ๋ย! จงเชื่อยวาเร็วๆ เถิด

ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดกะเหรี่ยง(ปกาเกอะญอ) มีความเชื่อว่า ยวาคือพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกและสรรพสิ่งต่างๆ สร้างทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่บนโลก จะมีเจ้าปกครองปกปักดูแลรักษา เช่น ภูเขาในแต่ละลูก สายน้ำแต่ละสาย ผืนป่าแต่ละผืน จะมีเจ้าของ และสุดท้ายยวาก็สร้างมนุษย์

“ยวาหรือพระเจ้า” คือสิ่งที่สูงสุดคนปกาเกอะญอให้การเคารพนับถือบูชา มีความเชื่อว่า ยวาเป็นเจ้าของธรรมชาติทุกสิ่งทุกอย่าง และเชื่อด้วยว่ายวาคือผู้สร้างมนุษย์ ดังคำพ้อง คำว่า “ยวาคือ ทู” ตัวอย่าง เช่น เกอะจ่าทูเกอะจ่ายวา ซึ่งมีความหมายตรงกับ คำว่า พระองค์,พระเจ้า (หมายเหตุ ความเข้าใจของปกาเกอะญอ คำว่า “พระเจ้า” ไม่ใช่หมายถึง พระเยซู,พระอัลเลาะห์,พระพุทธเจ้า,พระปักเจกพุทธเจ้า,พระเจ้าจักรพรรดิ เป็นต้น ใดๆทั้งสิ้น แต่หมายความเหนือกว่านั้นสูงกว่านั้น ส่วนผู้คนที่คิดว่ามีวัฒนธรรมสูงส่งกว่าหรืออย่างไร แล้วแต่ท่านจะคิด)

เมื่อ “ยวา” สร้างโลกและสรรพสิ่งครบทั่วแล้ว ก็สร้างปกาเกอะญอเป็นครั้งแรกโดยยวาโปรยครั้งเดียวปกาเกอะญอก็เริ่มพูดได้ ยวาจึงหยุดโปรย หลังจากนั้นยวาได้โปรยให้ชนเผ่าอื่นๆ เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ไทยเป็นต้น และสุดท้ายคือฝรั่ง แต่ชนเผ่าเหล่านี้ ยวาต้องโปรยออกไปถึงสามครั้งถึงจะเริ่มพูดได้ ทำให้พวกเขามีจำนวนมากกว่าปกาเกอะญอ ตำนานเล่าต่อไปอีกว่า ปกาเกอะญอเป็นลูกคนโต จีนอินเดีย ญี่ปุ่น ไทย เป็นคนกลาง

ส่วนคนฝรั่งเป็นคนสุดท้อง ยวารักปกาเกอะญอซึ่งเป็นลูกคนโตมากที่สุด เมื่อถึงเวลาที่ยวาจะจากไป ได้เรียกบุตรทุกคนให้มารับมรดก ลูกทุกคนต่างมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน ยกเว้นปกาเกอะญอซึ่งอ้างว่ากำลังถางหญ้าในไร่ข้าวอยู่ไม่มีเวลา ยวาเตรียมหนังสือเงินหนังสือทองเป็นมรดกให้ปกาเกอะญอ และเตรียมหนังสือหนังสือใบตาลเป็นมรดกให้ฝรั่ง

เมื่อปกาเกอะญอไม่มารับมรดก ฝรั่งน้องคนสุดท้องอาสารับไว้แทน แต่เมื่อรับไปได้เอาหนังสือเงินหนังสือทองไป และเอาหนังสือใบตาลของตนให้ปกาเกอะญอแทน ครั้นฝรั่งน้องคนสุดท้องจะกลับไปยังถิ่นฐานของตน พวกเขาได้แวะมาหาปกาเกอะญอพี่คนโต ซึ่งกำลังตั้งหน้าตั้งตาถางหญ้าอยู่ เพื่อจะเอาหนังสือใบตาลให้ แต่เมื่อเรียกปกาเกอะญอให้มารับหนังสือ ปกาเกอะญอบอกว่ายังถางหญ้าอยู่ไม่มีเวลาให้วางไว้บนตอไม้ก่อน หลังจากเลิกงานจะกลับไปเอา

พอตกเย็นปกาเกอะญอก็ลืมที่จะกลับไปเอาอีก นึกขึ้นได้ก็วันรุ่งขึ้นตอนสายๆ ก็รีบไปเอาเมื่อไปเก็บหนังสือใบตาล ปรากฏว่าถูกไก่คุ้ยเขี่ยเสียหายยับหมดแล้ว ไม่สามารถอ่านได้ต่อไปอีก ฝ่ายฝรั่งน้องคนสุดท้องได้นำหนังสือเงินหนังสือทองกลับไป และศึกษาหาความรู้ แล้วพัฒนาบ้านเมืองของตนจนมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างที่สุด

ตรงกันข้ามกับปกาเกอะญอซึ่งได้หนังสือใบตาลที่ถูกไก่คุ้ยเขี่ยเสียหาย ไม่สามารถอ่านออก ศึกษาหาความรู้ก็ไม่ได้ ชีวิตความเป็นอยู่จึงตกระกำลำบาก ไร้บ้านไร้เมืองและไร้แผ่นดินอาศัยเป็นของตนจนถึงทุกวันนี้ และแล้วมีเรื่องเล่าด้วย “ธา” เป็นบทกลอนดังนี้..

-หลิ แกว่ก่อ ชอโพ แวะ เบอ
โป่ เตอะ เซ พะ เตอ บะ เลอ
หนังสือใบตาลถูกไก่คุ้ยเขี่ยทับถม
อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อีกแล้ว

หลิ ทู หลิ เจ๊ะ หลิ ป่า
ยวา หลิ ลอหม่า เพลาะ เลอ กอลา
หนังสือเงินหนังสือทอง หนังสือพ่อยวา
หนังสือหายจากไปแล้วในถิ่นแดนฝรั่ง

ฮ่อ เลอเปลอ เหม่ ยวา เต
ยวา เตอ เต แกท่อ เตอะ เซ
แผ่นดินทั้งหมดนี้ยวาทรงสร้างขึ้นมา
หากยวาไม่ทรงสร้างจะเกิดเองไม่ได้ เป็นต้น…

แต่อย่างไรก็ตามที ฝรั่งน้องคนสุดท้องให้คำมั่นสัญญาว่า หนังสือเงินหนังสือทองที่พวกเขาเอาไปนั้น เขาจะไปสักระยะหนึ่งเท่านั้น เมื่อถึงเวลาจะนำมาคืนมาให้ จะมาช่วยพัฒนาบ้านเมืองปกาเกอะญอ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่เปี่ยมด้วยความสุขดุจเดียวกับตน

เสียงเรียกวัฒนธรรม

วัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่มีในปัจจุบันเลือนลางหายไปไหนหมด ทำไมเหลือแต่ชื่อแม้แต่คนกะเหรี่ยงก็หายไปด้วย ทุกคนไปไหนกันหมด หากจะกล่าวไปแล้ววัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่มีอยู่เดี๋ยวนี้หายไป โดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ในเมือง แม้แต่ภาษาตนเองยังไม่ได้พูดเลยถึงแม้บางคนรู้ ก็ไม่รู้จนหมดหรือบางคนรู้ก็ไม่อยากจะใช้ อีกไม่นานกะเหรี่ยงก็คงจะหายไป คงเหลือไว้แต่ชื่อชนเผ่าเท่านั้นจริงไหมทุกท่าน

หากวันนี้คุณบอกว่าตัวเองเป็นกะเหรี่ยง คุณลองถามตัวเองว่าคุณรู้ภาษากะเหรี่ยงมากแค่ไหน และคุณกล้ายอมรับตัวเองมากน้อยแค่ไหน คุณกล้าที่จะยอมรับตนเองและเปิดเผยตัวเองหรือเผยแพร่วัฒนธรรมกะเหรี่ยงให้คนอื่นยอมรับความเป็นกะเหรี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน

หากคุณยังยอมรับความเป็นกะเหรี่ยงในตัวคุณเองไม่ได้แล้ว สังคมไหนจะยอมรับความเป็นกะเหรี่ยงของตัวคุณเองได้ล่ะ ลองคิดดูสักวันหนึ่งเราเหลือแต่ชื่อกะเหรี่ยง พวกเราจะเป็นอย่างไร? ในอดีตเครื่องดนตรีของเผ่าได้กำลังสูญหายไปจากวิถีชีวิตสังคมของหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ แม้แต่เพลงพื้นบ้านดั้งเดิมที่เรียกว่า “ธา” ก็กำลังจะสูญหายไปเช่นกัน ธาคือลำนำที่บอกถึงเรื่องราวที่ครอบคลุมวิถีชีวิตกะเหรี่ยงทั้งหมด ทั้งตำนาน, ความเชื่อบทสอน, โลกทัศน์, ปรัชญา, ความรัก รวมไปถึงการเกี้ยวพาราสีของคนหนุ่มสาว กล่าวกันว่า ธามีจำนวนมากกว่าใบไม้ในโลกถึงสามเท่า กะเหรี่ยงมีความสามารถในการร้องเพลง ซึ่งเป็นการร้องที่มีแบบแผนมีการกำหนดชนิดของเพลง เพลงใดควรร้องงานอะไร เป็นต้น

โลกใบนี้คงลืมสิ้นซึ่งความเป็นกะเหรี่ยง ถ้าเราไม่มีวัฒนธรรมทางภาษาบ่งบอกถึงความเป็นกะเหรี่ยง เยาวชนกะเหรี่ยงที่น่ารักทั้งหลาย เราจงร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมกะเหรี่ยงไว้เถิด เพื่อโลกจะได้ไม่ลืมความเป็นกะเหรี่ยงหรือความเป็นคุณ กลไกทางวัฒนธรรมใดหากไม่มีแล้ว จะอยู่รอดและรักษาเอกลักษณ์ทางชาติพันธุ์ไว้ได้อย่างไร วัฒนธรรมประเพณีเป็นมรดกอันล้ำค่า ในชนใดไร้ซึ่งวัฒนธรรมในชนนั้นก็ไร้ความเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์

« กะเหรี่ยง (Karen)


ยืนดีรับฟังทุกคอมเห็นนะคะ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: